เรื่องราวของไดโนเสาร์ ตอนที่ 1

Posted on

เรื่องราวในวันนี้ที่เราจะมานำเสนอเป็นเรื่องราวของบรรพบุรุษของไดโนเสาร์ บรรพบุรุษในแต่ละยุคนั้นมีวิวัฒนการที่แตกต่างกันออกไป คือ อาร์โคซอร์ แน่นอนว่าไดโนเสาร์ เริ่มแยกที่จะแยกตัวออกมาจากอาร์โคซอร์ ในยุค ไทรแอสซิก  ไดโนเสาร์ชนิดนี้ก็ได้เป็นชนิดแรกที่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในราวๆ 230 ล้านปีที่แล้วหรือประมาณ 20 ล้านปี หลังจากการเกิดการสูญพันธุ์เพอร์เมียน-ไทรแอสซิก แน่นอนว่าพันธุ์นี้ได้ทำให้สิ่งมีชีวิตในยุคนั้นของโลกมีความเสียหายทั้งสิ่งมีชีวิตไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์  ถ้าเป็นเรื่องราวของสายพันธุ์นั้นได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วหลังยุคไทรแอสซิก ก็สามารถกล่าวได้ว่า ในยุคทองของไดโนสาร์นั้น ยุค จูแรสซิกและยุคครีเทเซียส ทุกสิ่งที่อยู่บนโลกที่มีขนาดใหญ่กว่าหนึ่งเมตรคือไดโนเสาร์ เมื่อ 65 ล้านปีที่แล้วก็มีการสูญเสียสายพันธุ์ไดโนเสาร์ ครีเทเซียส –เทอร์เทียรี ก็ได้กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้จนสูญพันธุ์ก็เหลือเพียงแค่ไดโนเสาร์บางสายพันธุ์ที่เป็นบรรพบุรุษของนก มหายุคมีไซโซอิก ในช่วงเวลา 65-225 ล้านปี ในยุคนี้มีสามยุคด้วยกัน ยุคแรกก็จะเป็นไทรแอสซิก ยุคต่อมา จูแรสซิก และยุคครีเทเซียส  ในแต่ละยุคก็จะมีแตกต่างกันออกไป ไทรแอสซิก ก็มีสภาพอากาศในขณะนั้นจะมี สภาพร้อนแห้งแล้งมากกว่าในอดีต ทำให้ต้นไม้ใหญ่น้อยในสามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เป็นยุคที่เรียกได้เลยเป็นยุคที่มีไดโนเสาร์ตัวแรกที่ได้ถือกำเนิดมาอีกด้วย  ก็จะมีขนาดที่เล็ก เดิน 2 เท้าพร้อมกับ มีลักษณะพิเศษอีกด้วย

 

สิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตในปัจจุบัน

Posted on Updated on

สิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์นั้นหลายๆคนเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้สูญพันธุ์ไปนานแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าสัตว์บางชนิดยังคงดำรงสายพันธุ์ตนเองมายาวนาน และสิ่งมีชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็มีอยู่บนโลกและมันยังไม่ตาย

ปลาสเตอร์เจียน จัดว่าเป็นปลาโบราณที่มีลักษณะคล้ายปลาฉลาม มีหนามแหลมสั้นๆ บริเวณหลัง หัว และเส้นข้างลำตัวเพื่อป้องกันตัว ปลาสเตอร์เจียน ดำรงสายพันธุ์มายาวนานกว่า 145 ล้านปีตั้งแต่ยุคครีเตเชียส เป็นปลาที่มีลักษณะพิเศษมากคือ สามารถดำรงอยู่ทั้ง น้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย นั่นอาจทำให้ปลาชนิดมีชีวิตรอดอยู่จนถึงปัจจุบัน แต่ปลาสเตอร์เจียนกำลังจะสูญพันธุ์เนื่องจากการล่าของมนุษย์เพื่อนำไข่มาทำไข่ปลาคาร์เวียร์

จระเข้ จระเข้ในปัจจุบันอาจมีเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยมากเมื่อเทียบเป็นบรรพบุรุษของมันที่สูญพันธุ์ไปแล้ว จระเข้ที่ยังคงรูปและขนาดมากที่สุดคือ จระเข้น้ำเค็ม ทำให้มันถูกเรียกว่า ไดโนเสาร์ในยุคปัจจุบันและมันขยายสายพันธุ์อย่างรวดเร็วแต่ก็มีบางสายพันธุ์ที่กำลังจะสูญพันธุ์เช่น ตะโขง เป็นต้น

แมลงสาบ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด แมลงสาบนั้นเรียกว่าสายพันธุ์ของมันยังคงดำรงชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 145 ล้านปี มันสามารถอยู่รอดมาได้ในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก แมลงสาบบนโลกมีทั้งชนิดมีปีกและไม่มีปีก และมีหลายสายพันธุ์บนโลก ซึ่งมันถูกจัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตายยากที่สุดในโลก

ไทรออปส์ หรือ กุ้งไดโนเสาร์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ้งมากเพราะมันดำรงสายพันธุ์มายาวนานถึง 300 ล้านปีมาแล้วในยุคคาร์บอนิฟอรัส ถูกยกให้เป็นฟอสซิลที่ยังมีชีวิต มันไม่มีกระดูกสันหลัง อาศัยในน้ำจืด และมีขนาดเล็กประมาณ 1-3 นิ้วเท่านั้น

พบฟอสซิลจระเข้ยักษ์ใต้ทะเลทรายซาฮารา

Posted on Updated on

มีการค้นพบซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ มาคิโมซอรัส เร็กซ์ เป็นจระเข้ขนาดใหญ่มีลักษณะคล้ายกับจระเข้ในปัจจุบันใต้พื้นทะเลทรายซาฮารา โดยมีอายุประมาณ 130 ล้านปีก่อน ซากดังกล่าวมีความกว่า 10 เมตร การค้นพบซากจระเข้โบราณนี้ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2016 บริเวณพื้นที่ทะเลทรายซาฮารา อยู่ในประเทศตูนีเซีย นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันเป็นซากของ มาคิโมซอรัส เร็กซ์ (Machimosaurus rex) เป็นซากของจระเข้ขนาดใหญ่คาดว่าเป็นสายพันธุ์จระเข้น้ำเค็ม อาศัยในทะเลในช่วงยุคดึกดำบรรพ์

การค้นพบนี้เป็นการค้นพบส่วนของกระโหลกที่มีขนาดกว่า 1.5 เมตร และมีขนาดใหญ่กว่าจระเข้ปัจจุบันถึง 2 เท่า โดยบริเวณปากมีลักษณะเรียวเล็กคล้ายกับตะโขง คาดว่าหนักถึง 3 ตัน มาคิโมซอรัส เร็กซ์ เป็นจระเข้ยักษ์ที่อาศัยอยู่ในทะเล ขณะที่ ซาร์โคซูคัส จระเข้ดึกดำบรรพ์อีกสายพันธุ์หนึ่งอาศัยแถบน้ำจืดซึ่งมีขนาดและความยาวใกล้เคียงกันมาก คาดว่าอาศัยอยู่ในต้นยุคครีเทเชียส

การค้นพบ มาคิโมซอรัส เร็กซ์ นั้นนักวิทยาศาสตร์สันนิฐานว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวนั้นเป็นทะเลมาก่อนต่อมาเกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก เวลาผ่านไปพื้นที่ดังกล่าวแห้งกลายเป็นพื้นดินในที่สุด หรือข้อสันนิฐานอีกอย่างหนึ่งคือ พื้นที่นั้นอาจเป็นทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่มาก่อน ซึ่งมีเต่า ปลา จำนวนมากที่เป็นแหล่งอาหารของ มาคิโมซอรัส เร็กซ์ แม้ว่าปัจจุบันมันจะสูญพันธุ์ไปแล้วซึ่งเจ้าจระเข้ยักษ์สายพันธุ์นี้เป็นผู้ล่าที่อยู่ลำดับบนสุดของห่วงโซ่อาหารนี้อย่างแน่นอน มีการระบุว่าทั้ง มาคิโมซอรัส เร็กซ์ และ ซาร์โคซูคัส เป็นสายพันธุ์ของจระเข้ขนาดใหญ่ที่มีความคล้ายกันมาก ปัจจุบันจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดคือ จระเข้น้ำเค็ม

จีนค้นพบซากต้นไม้ดึกดำบรรพ์

Posted on Updated on

ในวันที่ 12 มิถุนายน 2016 ที่ผ่านมาทางหมู่บ้านแห่งหนึ่งในมณฑลยูนาน ของประเทศจีน มีการค้นพบซากสัตว์บางอย่างที่มีลักษณะคล้ายกับงูขนาดใหญ่ โดยมีการค้นพบซากฟอสซิลดังกล่าว ทีแรกนั้นคาดว่ามันคือซากงูขนาดใหญ่และชาวบ้านเชื่อว่ามันคือมังกร แต่เมื่อมีผู้เชี่ยวชาญด้านซากดึกดำบรรพ์นำตัวอย่างดังกล่าวไปตรวจสอบ พบว่ามันไม่ใช่ซากสัตว์แต่เป็นซากของต้นไม้โบราณ

ก่อนหน้านี้มีการแพร่ภาพซากสัตว์ดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับงูขนาดใหญ่ที่ค้นพบบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่ง โดยเจ้าของบ้านต้องการขุคดินเพื่อขยายเขตบ้านของตัวเอง และเขาได้พบกับซากสัตว์ลักษณะคล้ายเกล็ดงู ความยาว 130 ซม. กว้าง 17 ซม. ชาวบ้านคาดว่ามันเป็นซากของงูหลามหรืองูเหลือมขนาดใหญ่ แต่น่าเสียดายที่หลังจากพบซากดังกล่าวก็มีการทำลายซากนั้นในเวลาต่อมา โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องซากดึกดำบรรพ์ได้มีการตรวจสอบซากที่ยังเหลืออยู่นำไปตรวจสอบ พบว่ามันคือซากของต้นไม้ดึกดำบรรพ์คาดว่ามีอายุในช่วงปลายยุคเพอร์เมียน ประมาณ 250 ล้านปีก่อน ซากดังกล่าวนั้นกลายเป็นหิน

ซากต้นไม้ดังกล่าวนั้นเป็นพืชชนิด ฟลัมไลโคไฟตา มีอายุประมาณ 350 – 251 ล้านปีก่อนในช่วงปลายยุคเพอร์เมียนโดยคาดว่าลำต้นประกอบด้วยเกล็ดมีลักษณะคล้ายกับงู คาดว่าลำต้นนั้นมีสีเขียวแต่เมื่อล้มลง เวลาผ่านปีนับล้านๆปี ลำต้นจะกลายเป็นสีดำทำให้ลักษณะเหมือนกับงู การค้นพบซากต้นไม้ดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์อย่างมาก เชื่อว่าในยุคเพอร์เมียนนั้นมีพืช ต้นไม้ ที่อุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอย่างมากจนกระทั่งเหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่

ซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบในประเทศไทย

Posted on Updated on

ซากดึกดำบรรพ์ในประเทศไทยนั้นก็มีการค้นพบมากมายตามภูมิภาคต่างๆ ส่วนใหญ่มักพบตามภาคใต้ และภาคอีสานของไทย เนื่องจากในอดีตนั้นภาคใต้ของไทยยังเป็นทะเลซึ่งชายฝั่งอยู่บริเวณภาคอีสานของไทย ในปัจจุบันมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ในประเทศไทยมากมาย

– ไทรโลไบต์ เป็นสัตว์ประเภทเดียวกับ กุ้ง ปู มีลักษณะคล้ายแมงดาทะเลในปัจจุบันซึ่งมีการค้นพบซากที่เป็นฟอสซิลบริเวณเกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล สันนิฐานว่ามีชีวิตในยุคเพอร์เมียน นอกจากนี้ยังค้นพบฟอสซิลสัตว์ชื่อว่า บราคิโอพอด มีลักษณะคล้ายหอยแครงแต่มีขนาดใหญ่กว่า 2 เท่า ซากดังกล่าวมีอายุในยุคพาลีโอซิก นอกจากนี้ยังมีร่องรอยของซากดึกดำบรรพ์เช่น รอยชอนไชของสัตว์จำพวกหนอนทะเลด้วย

– จังหวัดชุมพร มีการค้นพบซากหอยโบราณเช่น หอยกาบคู่ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับหอยกาบในปัจจุบันมีอายุในช่วงยุคแคมเบรียนและคาดว่า หอยกาบในปัจจุบันนั้นคือสายพันธุ์เดียวกัน

– ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เป็นซากของไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อ พ.ศ 2519 เป็นกระดูกต้นขาของไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ ซึ่งในบริเวณพื้นที่ภาคอีสานนั้นมักค้นพบโครงกระดูกของไดโนเสาร์จำนวนมาก เช่น รอยเท้าของไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็ก, โครงกระดูกของไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก รวมถึงโครงกระดูกของไทแรนโนซอรัสด้วย

– อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีการค้นพบทั้งซากไดโนเสาร์ และหินโบราณที่มีอายุกว่า 100 ล้านปีในบริเวณนี้ เช่น ซากกระดูกไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย คาดว่ามีอายุกว่า 130 ล้านปี

รวมเหตุการณ์การพุ่งชนในอดีตกาล

Posted on Updated on

โลกนับตั้งแต่ยุคกำเนิดโลกจนถึงปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงมากมายหลายรูปแบบทางภูมิศาสตร์ นับตั้งแต่การก่อกำเนิดโลกนั้น โลกถูกพุ่งชนโดยวัตถุต่างๆ ในตอนนั้นโลกของเรามีหลุมอุกกาบาตมากมายจากการพุ่งชน วันเวลาผ่านไปหลุมนั้นถูกกลบด้วยฝุ่น ดิน และน้ำ นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันโลกถูกพุ่งชนโดยวัตถุต่างๆดังนี้

– เมื่อ 200-300 ล้านปีก่อน โลกถูกพุ่งชนโดยวัตถุอย่างอุกกาบาตหรือดาวหางขนาดใหญ่ โดยตอนนั้นยังเป็นช่วงที่โลกกำลังเย็นตัวลงการพุ่งชนเกิดหลุมขนาดใหญ่ซึ่งในปัจจุบันมันอยู่ที่ Aorounga Impact Crater, Chad

– 290 ล้านปีก่อน มีวัตถุขนาดประมาณ 6-10 กิโลเมตร พุ่งชนโลกพร้อมกัน 2 ลูก และเกิดหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่เวลาผ่านไปจนปัจจุบันหลุมดังกล่าวกลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ที่แคนนาดาชื่อว่า Clearwater Lakes

– 65 ล้านปีก่อน มีการค้นพบหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่บริเวณแหลมยูคาทัน ประเทศเม็กซิโก ซึ่งมีอายุใกล้เคียงกับการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ คาดว่าเกิดการพุ่งชนของดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยขนาด 10 กิโลเมตรพุ่งชนโลก

– 100 ล้านปีก่อน การพุ่งชนเกิดหลุมกว้างประมาณ 13 กิโลเมตร บริเวณ Saskatchewan, Canada ปัจจุบันมันกลายเป็นทะเลสาบธรรมชาติที่ใหญ่ติดอันดับโลกแห่งหนึ่ง

– ปี 1908 เกิดเหตุการณ์ลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งลงมาและระเบิดเหนือพื้นโลกประมาณ 3 กิโลเมตรแรงระเบิดทำให้ป่าทังกัสก้า ประเทศรัสเซียถูกทำลายหมด สันนิฐานว่าเกิดจากสะเก็ดของดาวหางขนาด 13-15 เมตรพุ่งชน

– 15 กุมภาพันธ์ 2013 ช่วงเช้ามืดทางตอนเหนือของรัสเซีย เกิดสะเก็ดดาวพุ่งชนมาด้วยความเร็ว 108,000 กม./ชั่วโมง และตกลงในทะเลสาบน้ำแข็งใกล้กับเมือง แรงระเบิดทำให้เกิดกระจกอาคารแตกละเอียดและมีผู้บาดเจ็บ คาดว่าเกิดจากสะเก็ดดาวขนาด 17 เมตร หนัก9,000 ต้นพุ่งชนและเผาไหม้ไม่หมด

ยุคไทรแอสสิก

Posted on

การครอบ ครองโลกของไดโนเสาร์ในยุคนี้โลกถูกปกคลุมด้วยป่าไม้จำนวนมาก พืชตระกูลที่ใช้สปอร์ในการขยายพันธ์ประสบความสำเร็จและมีวิวัฒนาการถึงขั้นสูงสุด ในป่ายุคไตรแอสสิกช่วงแรกนั้นมีสัตว์ใหญ่ไม่มากนักสัตว์ปีกที่ใหญ่ที่สุดคือแมลงปอยักษ์ที่ปีกกว้างถึง2ฟุตและได้ชื่อว่าเป็นนักล่าเวหาเพียงชนิดเดียวของยุคนี้ เนื่องจากในช่วงปลายของยุคเปอร์เมียนเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตทำให้พวกสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมจำนวนมาก สูญพันธุ์ไปพวกที่เหลือได้สืบทอดเผ่าพันธุ์มาจนถึงต้นยุคไตรแอสสิกในกลุ่มสัตว์เหล่านี้เจ้าซินนอกนาตัสเป็นสัตว์นักล่าที่น่าเกรงขามที่สุด ในหมู่พวกมันและในช่วงนี้เองไดโนเสาร์ก็ถือกำเนิดขึ้นโดยพวกมันวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลานที่เดินด้วยขาหลังอย่างเจ้าธีโคดอนซึ่งถือกันว่าเป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์ การสูญพันธ์ครั้งใหญ่ในยุคเปอร์เมียนทำให้พวกมันสามารถขยายเผ่าพันธุ์ได้อย่างมากมายในช่วงต้นยุคไตรแอสสิกและกลายมาเป็นคู่แข่งของพวกสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมที่เหลือ ไดโนเสาร์ในยุคแรกเป็นพวกเดินสองขา เช่น พลาทีโอซอร์ ไดโนเสาร์กินพืชคอยาวที่เป็นบรรพบุรุษของพวก ซอโรพอด หรือเจ้าซีโลไฟซิส บรรพบุรุษของพวกกินเนื้อ นักล่าสองขาความสูง 1 เมตร การที่มันสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยสองขาหลังทำให้พวกมันมีความคล่องตัวในการล่าสูงกว่า ซินนอกนาตัส หรืออีรีโทรซูคัสที่ยาวถึง 15 ฟุตซึ่งมีกรามขนาด ใหญ่และแข็งแรงนักล่าเหล่านี้ได้เปรียบซินนอกนาตัสและสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆทำให้พวกนี้ต้องวิวัฒนาการให้มีขนาดเล็กลงเพื่อที่จะหลบหนีพวกไดโนเสาร์ และหลีกทางให้เผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ก้าวมาครองโลกนี้แทนในที่สุด

 

ยุคเพอร์เมียน

Posted on

ยุคเพอร์เมียน อังกฤษ permian เป็นยุคสุดท้ายในชื่อมาจากคำว่า เพอร์ม Perm เป็นชื่อจังหวัดหนึ่งในเทือกเขาอูราล มีช่วงเวลายาว ประมาณ 41 ล้านปี จาก 286 ถึง 245 ล้านปีมาแล้ว มีสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอยู่มากมาย พืชตระกูลสน เฟิร์นมีมากในช่วงนี้ สัตว์เลื้อยคลานในช่วงนี้คล้ายคลึงกับไดโนเสาร์ แต่เกิดการสูญพันธ์ช่วงปลายยุค ซึ่งเป็นการสูญพันธ์ครั้งใหญ่ที่สุดที่พบบนโลก สิ่งมีชีวิตบนโลกได้สูญพันธ์ไปถึง 96-97% เลยทีเดียวยุคเพอร์เมียนมี  หินส่วนใหญ่ประกอบด้วย หินปูน หินดินดาน หินเกลือและหินทรายสีแดง การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ยุคคาร์บอนิเฟอรัสมีความรุนแรงสูงสุดในยุค เพอร์เมียนนี้ ทำให้เกิดเทือกเขาสูงและมีการระเบิดของภูเขาไฟมาก บนผืนแผ่นดินพืชที่ปกคลุมอยู่ส่วนใหญ่เป็นพวก เฟิร์นและเฟิร์นมีเมล็ด ในซีกโลกใต้ กอนด์วานาแลนด์ มีพวกพืชกลอสซอฟเทอริส เริ่มพบแมลงชนิดใหม่ ๆ ในยุคนี้ เช่น แมลงปีกแข็งและจั๊กจั่น ส่วนสัตว์มีกระดูกสันหลังที่อยู่บนบกก็มีสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกขนาดใหญ่ สัตว์เลื้อยคลานหลายชนิด รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลายคล้ายพวกเลี้ยงลูกด้วยนม ปลาน้ำจืดมีพวกปลาพาลีโอนิสติด และปลาฉลาม เป็นต้น

ในท้องทะเล ฟอเแรมมินิเซอราตัวใหญ่หรือฟูซูลินิด พบอยู่แพร่หลายมาก เช่นเดียวกับ ไบรโอซัว และหอยตะเกียง ปะการังพบไม่มากนัก แต่สัตว์พวกหอย (หอยสองฝาและแอมโมนอยด์) เริ่มพบมาก และเริ่มมีพวกเบเล็มนอยด์ เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังยุคเพอร์เมียน พวกฟูซูลินิด ปะการังพวกรูโกส ไบรโอซัว ฟีเน็สเท็ลลิด หอยตะเกียงโพรดักทิด และไทรโลไบท์ ได้สูญพันธุ์ไปหมดสิ้น

ยุคคาร์บอนิเฟอรัส

Posted on

ยุคคาร์บอนิเฟอรัส อังกฤษ Carboniferous อยู่ในช่วง 354 – 295 ล้านปีก่อน ที่เรียกชื่อยุคนี้ว่า คาร์บอนิเฟอรัส เนื่องจากมีชั้นถ่านหินที่มีความหนาและแผ่ไปกว้างขวางมาก หินส่วนใหญ่ประกอบด้วยหินปูน หินทราย หินดินดาน และถ่านหิน ชั้นถ่านหินพบมากในช่วงหลังของยุคนี้ เป็นยุคของป่าเฟินขนาดยักษ์ปกคลุมห้วย หนอง คลองบึง ซึ่งกลายเป็นแหล่งน้ำมันดิบที่สำคัญในปัจจุบัน มีการแพร่พันธุ์ของแมลง และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เริ่มมีวิวัฒนาการของสัตว์เลื้อยคลาน กำเนิดไม้ตระกูลสน ช่วงแรกเกิดต้นไม้โบราณขนาดใหญ่ และพื้นที่ลุ่มชื้นบนแผ่นดิน พบสัตว์มีกระดูกสันหลังบนแผ่นดินชนิดแรก และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เกิดปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่มีครีบพู่ ในมหาสมุทรเกิดปลาฉลามยุคแรก และมีหลากหลายชนิดเกิดแมงป่องทะเล ไครนอยด์ ปะการัง โกเนียไทต์-แอมโมนอยด์ และแบรคิโอพอด ปูน สัตว์ที่อาศัยอยู่บนบกมีพวกหอยสองฝา หอยขม และสัตว์พวกขาเป็นปล้อง ส่วนสัตว์มีกระดูกสันหลังพวกสะเทินน้ำสะเทินบกมีการพัฒนามากจนเรียกได้ว่า เป็นยุคของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และเริ่มมีสัตว์เลื้อยคลาน ปลาน้ำจืดพบแพร่หลายมาก ในท้องทะเล หอยตะเกียง ไดรนอยด์และปะการังพบอยู่จำนวนมาก ไบรโอซัวก็มีอยู่แพร่หลายเป็นพวกรูปพัด สัตว์พวกหอยพบอยู่พอสมควรที่สำคัญก็มีพวกหอยสองฝา หอยโข่ง และ เซฟาโลพอด อีไคนอยด์พบมากพอสมควร ส่วนพลาสตอยต์มีความเจริญสูงสุดในยุคนี้ ที่น่าสังเกต พวกแกรพโทไลท์ รูปร่างแหสูญพันธุ์ไปหมดสิ้น และในปลายยุคเริ่มมีพวก ฟอแรมมินิเฟอราตัวใหญ่ ส่วนสัตว์มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่ในทะเล ส่วนใหญ่เป็นพวกปลาฉลาม

ยุคดีโวเนียน

Posted on

ยุคดีโวเนียน อังกฤษ: Devonian เป็นยุคที่สี่ของมหายุคพาลีโอโซอิก ยุคนี้เริ่มนับตั้งแต่จุดสิ้นสุดของยุคไซลูเรียน เมื่อประมาณ 3.2 ล้านปีก่อน และสิ้นสุดลงเมื่อประมาณ 0.4 ล้านปีก่อน เริ่มยุคคาร์บอนิเฟอรัส  ยุคนี้ตั้งชื่อตามเดวอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสถานที่แห่งแรกที่มีการศึกษาหินของยุคนี้ นักธรณีวิทยาจัดว่ายุคดีโวเนียนนี้เป็นยุคแรกที่มีสิ่งมีชีวิตบนบก และพืชบกเริ่มกระจายเข้าสู่แผ่นดินส่วนใน ทำให้เริ่มมีการก่อตัวเป็นป่าซึ่งจะค่อยๆปกคลุมทวีป ช่วงกลางยุคดีโวเนียน พืชบางชนิดจะเริ่มวิวัฒนาการเป็นพืชมีใบและมีรากที่มั่นคง และปลาได้วิวัฒนาการมามากกว่าออสทราโคเดิร์มแล้ว และยุคนี้มีปลาชุกชุมจึงถูกเรียกว่า ยุคแห่งปลาปลาหลายชนิดได้เริ่มวิวัฒนาการขึ้น ซึ่งภายหลังพวกมันเป็นต้นตระกูลของปลาขนาดใหญ่หลายชนิด ขณะที่ปลามีเกราะได้เริ่มลงจำนวนลงในแหล่งน้ำทุกๆ แห่งบรรพบุรุษของสัตว์สี่ขาได้เริ่มขึ้นมาเดินอยู่บนบก ครีบของพวกมันได้วิวัฒนาการมาเป็นขา  ส่วนในทะเล ฉลามดึกดำบรรพ์มีจำนวนมากขึ้นกว่าที่มีในยุคไซลูเรียนและปลายยุคออร์โดวิเชียน ปลายยุคดีโวเนียนได้เกิดการสูญพันธุ์ขึ้น เมื่อประมาณ 375 ล้านปีก่อน การสูญพันธุ์นี้ส่งผลกระทบกับสัตว์น้ำ ปลามีเกราะและไทรโลไบต์ทั้งหมดสูญพันธุ์ทวีปในยุคนี้แบ่งเป็นมหาทวีปกอนด์วานา ทางตอนใต้ ทวีปไซบีเรีย ทางตอนเหนือ และเริ่มมีการก่อตัวของทวีปขนาดเล็กที่มีชื่อว่า ยูราเมริกา ในตำแหน่งระหว่างกลางของกอนด์วานาและไซบีเรีย